เขย่าตลาดชาไทย: heytea เปิดตัว heytea lab รูปแบบร้านครบวงจรแห่งแรกในกรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ 25 กันยายน 2569 — heytea เปิดให้บริการสาขาแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ พร้อมเปิดตัว heytea lab รูปแบบร้านทดลองและสร้างสรรค์เมนูที่ครบวงจรที่สุดของแบรนด์ โดยสาขานี้เป็น heytea lab แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 3 ในต่างประเทศของ heytea ซึ่งรวบรวม tea lab, bake lab และ gelato lab ไว้ในพื้นที่เดียวกัน นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่เปิดตัวเมนู teaAir รูปแบบใหม่ของแบรนด์ที่นำเสนอแนวคิด “tea cloud” หรือชาคลาวด์เป็นครั้งแรกของโลก
ตลาดเครื่องดื่มของไทยมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับผู้บริโภค ตั้งแต่ชานมไทยแบบดั้งเดิมและร้านกาแฟนานาชาติ ไปจนถึงแบรนด์ชารูปแบบใหม่จากจีนที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัว heytea ในกรุงเทพฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดร้านชาอีกหนึ่งแห่ง แต่เป็นการนำเสนอเมนูชารูปแบบใหม่จากจีนที่มีความหลากหลายมากขึ้นสู่ตลาดไทย โดยสาขาเซ็นทรัลเวิลด์นำเสนอทั้งเครื่องดื่มชา เบเกอรี และเจลาโต ในราคาตั้งแต่ 90–195 บาท พร้อมเปิดตัวเมนูระดับโลก พัฒนาเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น พื้นที่จัดเตรียมเมนูแบบเปิด และประสบการณ์ภายในร้านที่ครบครันยิ่งขึ้น
ผู้บุกเบิกชารูปแบบใหม่เข้าสู่ประเทศไทย
การเข้าสู่ตลาดไทยของ heytea ควรทำความเข้าใจควบคู่ไปกับพัฒนาการของตลาดชารูปแบบใหม่ (New-Style Tea) โดยในปี 2555 แบรนด์เป็นผู้บุกเบิกการนำเสนอชาชีส (Cheese Tea) และมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดื่มชาที่ชงสด ผ่านการให้ความสำคัญกับใบชาคุณภาพ นมแท้ ผลไม้สด การจัดเตรียมเครื่องดื่มภายในร้าน และการพัฒนาเมนูอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวมีส่วนในการวางรากฐานให้กับหมวดหมู่เครื่องดื่มที่ต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ New-Style Tea
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเข้ามาของแบรนด์ชาจีนจำนวนมากขึ้นในประเทศไทยทำให้ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยกับตลาดชารูปแบบใหม่นี้มากขึ้น heytea เข้าสู่ตลาดด้วยจุดยืนที่แตกต่าง โดยไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นรายใหม่ แต่เป็นแบรนด์ที่มีบทบาทในการบุกเบิกชารูปแบบใหม่
เมื่อเวลาผ่านไปกว่าทศวรรษ คำถามทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเข้าสู่ตลาดเป็นรายแรกอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าผู้บุกเบิกหมวดหมู่นี้จะยังคงขับเคลื่อนการพัฒนาเมนู รูปแบบร้าน และประสบการณ์ของผู้บริโภคให้ก้าวต่อไปได้อย่างไร
heytea เข้าสู่ประเทศไทยด้วยรูปแบบร้านระดับสูงสุดของแบรนด์
heytea lab เปิดตัวในปี 2559 ในฐานะรูปแบบร้านระดับสูงสุดของแบรนด์ และเป็นพื้นที่สำหรับทดลองและพัฒนาเมนู หมวดหมู่สินค้า และประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกค้า ปัจจุบันรูปแบบร้านดังกล่าวเปิดให้บริการในบางพื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่และเมืองสำคัญระดับนานาชาติจำนวนไม่มาก รวมถึงนิวยอร์กและโตรอนโต
สำหรับการเปิดสาขาแรกในประเทศไทย heytea เลือกนำเสนอรูปแบบร้าน heytea lab แทนการเริ่มต้นด้วยร้านรูปแบบมาตรฐาน โดยสาขาในกรุงเทพฯ ยังเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รวม tea lab, bake lab และ gelato lab ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ลูกค้าสามารถสั่งเครื่องดื่มชา เบเกอรี และเจลาโต พร้อมชมขั้นตอนการจัดเตรียมเมนูผ่านพื้นที่ทำงานแบบเปิดที่กระจายอยู่ภายในร้าน
เพื่อสนับสนุนรูปแบบร้าน heytea lab สาขากรุงเทพฯ นำเสนอเมนูระดับพรีเมียมในช่วงราคา 90–195 บาท โครงสร้างราคานี้สอดคล้องกับแนวทางของร้านที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบจริง การสร้างสรรค์รสชาติที่มีความซับซ้อน และเมนูที่หลากหลายหลายหมวดหมู่ โดยวางตำแหน่ง heytea เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของเมนูและประสบการณ์ของผู้บริโภคในระดับที่สูงขึ้น
จากเมนูยอดนิยมทั่วโลก สู่เมนูที่พัฒนาสำหรับกรุงเทพฯ
การพัฒนาเมนูเป็นหนึ่งในจุดที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนของ heytea lab กรุงเทพฯ โดยร้านนำเสนอเมนูที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว เช่น Coconut Mango Boom สู่ตลาดไทย ขณะเดียวกันยังใช้กรุงเทพฯ เป็นตลาดเปิดตัวแนวคิดและเมนูใหม่
teaAir รูปแบบ “tea cloud” ใหม่ของ heytea เปิดตัวครั้งแรกของโลกในกรุงเทพฯ โดยเมนูแรก teaAir · Rock Oolong Jackfruit นำชา Rock Oolong มาเป็นส่วนประกอบหลัก ผสานกับขนุน มะละกอ และมะพร้าว แทนที่จะนำเสนอชาในรูปแบบเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว teaAir เปลี่ยนชาให้เป็นเนื้อสัมผัสเบาและฟูคล้ายก้อนเมฆ ซึ่งสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ ตักชาคลาวด์รับประทาน ดื่มชาที่อยู่ด้านล่าง หรือคนส่วนผสมทั้งสองเข้าด้วยกัน กรุงเทพฯ จึงเป็นตลาดแรกที่เปิดตัว teaAir ไม่ใช่การนำเมนูที่เปิดตัวในจีนก่อนหน้านี้มาขยายตลาดในภายหลัง
แนวทางเดียวกันนี้ยังครอบคลุมถึงเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น โดย heytea ไม่ได้จำกัดรสชาติชานมไทยไว้เพียงเครื่องดื่มชนิดเดียว แต่ต่อยอดรสชาติไปยังเมนูในหมวดหมู่อื่นผ่าน Thai Milk Tea Croissant Egg Tart ที่ bake lab และ Lime Thai Milk ที่ gelato lab รสชาติที่ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยจึงได้รับการนำเสนอในรูปแบบใหม่ ผ่านความแตกต่างของเนื้อสัมผัส อุณหภูมิ และโอกาสในการบริโภค
การออกแบบร้านก็ใช้แนวทางที่คล้ายกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดน้ำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศไทย ผสานองค์ประกอบจากเรือไม้แบบดั้งเดิมและริมฝั่งแม่น้ำเข้ากับพื้นที่จัดเตรียมเมนูแบบเปิด แทนที่จะมองการปรับให้เข้ากับท้องถิ่นเป็นเพียงการเพิ่มรสชาติหรือองค์ประกอบตกแต่ง ร้านในกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้บริบทของเมืองมีบทบาทต่อทั้งการพัฒนาเมนูและประสบการณ์ภายในร้าน
จากไทม์สแควร์สู่เซ็นทรัลเวิลด์ heytea เดินหน้าขยายการดำเนินงานสู่ตลาดนานาชาติ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา heytea ได้ขยายธุรกิจไปยังเมืองสำคัญและจุดหมายปลายทางค้าปลีกที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศทั่วโลก โดยในปี 2568 แบรนด์เปิด heytea lab แห่งแรกในต่างประเทศที่ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก และในช่วงต้นปี 2569 heytea lab แห่งแรกในแคนาดาเปิดให้บริการที่Toronto Eaton Centre ต่อมาแบรนด์ได้เปิดตัว teabar แห่งแรกในต่างประเทศที่ย่าน Upper East Side ในนิวยอร์ก ขณะที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติแห่งล่าสุดของรูปแบบร้าน heytea lab
ปัจจุบัน heytea มีสาขานอกจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 120 แห่ง และได้เข้าสู่ตลาดสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดา อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทไม่ได้อาศัยการนำรูปแบบร้านเดียวกันไปใช้ในทุกเมือง แต่เป็นการปรับแนวทางให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละตลาด โดยไทม์สแควร์เป็นพื้นที่สำหรับทดลองเมนูชาใหม่ ขณะที่โตรอนโตมีการพัฒนาเมนูรุ่นพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการรับประทานอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง ส่วน teabar ที่ Upper East Side นำเสนอประสบการณ์ที่เน้นชาเป็นหลัก สำหรับกรุงเทพฯ เป็นการรวมแนวคิดร้านทดลอง 3 รูปแบบเข้าด้วยกัน พร้อมนำเสนอผลไม้เมืองร้อน ชานมไทย และองค์ประกอบการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดน้ำของเมือง
แบรนด์ยังขยายการปรากฏตัวในแวดวงแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัยผ่านความร่วมมือกับ Yayoi Kusama, alexander Wang, Sandy Liang, POP MART และ WICKED ในนิวยอร์ก heytea เคยเข้าร่วมงาน YCC Party ของพิพิธภัณฑ์ Guggenheim และร่วมงานกับพันธมิตรด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ในท้องถิ่น รวมถึง Central Park Conservancy และ Levain Bakery
ตลาดชาไทยกำลังก้าวข้ามการแข่งขันด้านจำนวนสาขา
ประเทศไทยมีตลาดชาและเครื่องดื่มชงสดที่มีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว การพึ่งพาเมนูยอดนิยม ราคาที่เข้าถึงง่าย และจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียวเริ่มเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับการสร้างความแตกต่างในระยะยาว
การเปิดสาขาแรกของ heytea ในประเทศไทยนำเสนอแนวทางที่แตกต่างออกไป โดยผสานทำเลสำคัญอย่างเซ็นทรัลเวิลด์ แนวคิดร้านทดลอง 3 รูปแบบ การเปิดตัวเมนูระดับโลก การพัฒนาเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น และการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้บริโภคมากขึ้น
สำหรับผู้บริโภค คำถามทางธุรกิจมีความชัดเจน หากเครื่องดื่มมีราคาสูงขึ้น ผู้บริโภคจำเป็นต้องมองเห็นว่ามูลค่าเพิ่มเติมนั้นมาจากอะไร ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมนู คุณภาพของวัตถุดิบ ความสามารถในการนำเสนอเมนูหลากหลายหมวดหมู่ วิธีการจัดเตรียมเมนู และการออกแบบร้าน รวมถึงความสามารถของแบรนด์ในการสร้างสรรค์เมนูและประสบการณ์ใหม่ที่ผู้บริโภคยังไม่เคยพบมาก่อนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย คำถามสำคัญจึงอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนสาขาที่ heytea จะเปิดในอนาคต แต่อยู่ที่ว่าแนวทางของแบรนด์จะมีส่วนผลักดันให้การแข่งขันในตลาดเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมนู ความหลากหลายของหมวดหมู่สินค้า และประสบการณ์ของแบรนด์ มากกว่าการแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น และจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียวหรือไม่ การเปิดตัวในกรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าชารูปแบบใหม่สามารถพัฒนาไปไกลกว่าธุรกิจร้านเครื่องดื่มแบบเครือข่าย สู่การเป็นแบรนด์ผู้บริโภคระดับโลกได้อย่างไร



Comments